SMART D CAMP

smartdcamp

S   M   A   R   T       D       C   A   M   P

ค่ายค้นหาแววอัจฉริยะ รุ่นพิเศษ

smartdcamp

วันที่ 2-4 เมษายน 2551
ณ ภูผาผึ้ง รีสอร์ท อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

smartdcamp

 


Start Program

เริ่มต้นเรียนรู้และค้นหาแววอัจฉริยะ ออกเดินทางจาก บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด

Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

smartdcamp smartdcamp

smartdcamp smartdcamp

smartdcamp smartdcamp

smartdcamp smartdcamp

Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

 


Smart Discovery

กิจกรรม Smart Discovery ณ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย

Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

smartdcamp smartdcamp

smartdcamp smartdcamp

smartdcamp smartdcamp

Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

สนุกกับการค้นหา และเรียนรู้ ในมุมมองที่แตกต่าง ความรู้นอกห้องเรียนที่เรียนรู้ไม่มีวันจบ

 


Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

smartdcamp smartdcamp

smartdcamp smartdcamp

Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

ณ ภูผาผึ้ง รีสอร์ท อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

 


Smart Learning

การค้นหาแววอัจฉริยะของเด็กในรูปแบบของกิจกรรมที่หลากหลายที่ต้องใช้ทักษะความสามารถเฉพาะตัว เพื่อให้ทดลองทำ เรียนรู้ เข้าใจ และเกิดความภาคภูมิใจ ในความสามารถแต่ละด้านของพหุปัญญา

Bodily Kinesthetic Intelligence

smartdcamp smartdcamp

 


Musical Intelligence

smartdcamp smartdcamp

smartdcamp smartdcamp

 


Sense of Nature

Naturalistic Intelligence

กิจกรรมสำรวจธรรมชาติ ตามรอย ชาร์ล ดาร์วิน

Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

smartdcamp smartdcamp

smartdcamp smartdcamp

Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

 


Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

smartdcamp smartdcamp

smartdcamp smartdcamp

Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

 


Smart Diary

Linguistic Intelligence

น้องพั้นซ์ ผู้ได้รับรางวัล Smart Diary กับกิจกรรมการสร้างสรรค์ไดอารี่ส่วนตัว

Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

smartdcamp smartdcamp

Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

smartdcamp smartdcamp

smartdcamp smartdcamp

Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

 


Smart D Free Style

เลือกเรียนรู้ในซุ้มกิจกรรมต่างๆ ตามความสนใจของ แต่ละคน เพื่อตัดสินใจ ค้นหา และเรียนรู้ความสนใจของตนเอง

Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

smartdcamp

Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

 


Mystery Adventure

ตื่นเต้น ผจญภัย ท้าทายกับภารกิจภาคกลางคืน สนุกสนานกับเขาวงกตอันเลื่องชื่อ

Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

smartdcamp smartdcamp

smartdcamp smartdcamp

smartdcamp smartdcamp

smartdcamp smartdcamp

Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

 


Smart D Just Do It

พบกับกิจกรรมแก้ปัญหาแบบบูรณาการ โดยใช้ความรู้ความสามารถในแต่ละด้านของพหุปัญญาที่มีอยู่ในตัวเด็ก ร่วมกันแก้ปัญหาโจทย์ ในรูปแบบที่แตกต่างกัน

Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

smartdcamp smartdcamp

smartdcamp smartdcamp

smartdcamp smartdcamp

Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

 


Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

smartdcamp smartdcamp

smartdcamp smartdcamp

Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

smartdcamp smartdcamp

smartdcamp smartdcamp

Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

 


Smart Action

เรียนรู้การทำงานร่วมกัน ผ่านโครงงานคิดการแสดงรอบกองไฟ

Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

smartdcamp smartdcamp

smartdcamp smartdcamp

smartdcamp smartdcamp

smartdcamp smartdcamp

Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

กิจกรรมการแสดงที่น้องๆ ร่วมกันสร้างสรรค์ความประทับใจไม่รู้ลืม ดึงแววความสามารถของเด็กแต่ละคนออกมาประยุกต์ใช้ ผ่านการทำกิจกรรมร่วมกันอย่างเป็นระบบ

 


แคมป์ไฟใต้แสงดาว

สัญญาใต้แสงดาว ยังเก็บบรรยากาศซึ้งๆ ได้เสมอ

Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

smartdcamp smartdcamp

smartdcamp smartdcamp

smartdcamp smartdcamp

Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

เก็บความประทับใจไว้อย่างไม่รู้ลืม แม้จะไม่ได้อยู่ใต้แสงดาว เนื่องจากฝนฟ้าไม่อำนวย

 


Smart Presentation

พบกับการแสดงออกของน้องๆ ตามความสามารถของแต่ละคนที่แตกต่างกัน

Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

smartdcamp smartdcamp

smartdcamp smartdcamp

Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

 


Multiple Intelligences

ทฤษฎีพหุปัญญา

น้องๆ ผู้ได้รับรางวัล พหุปัญญาในแต่ละด้าน

Multiple Intelligence # Multiple Intelligences

smartdcamp

น้องม่อน
ด้านตรรกศาสตร์

smartdcamp

น้องเบส
ด้านภาษา

smartdcamp

น้องข้าวฟ่าง
ด้านเข้าใจตนเอง

smartdcamp

น้องแจน
ด้านมิติสัมพันธ์

smartdcamp

น้องเอมี่
ด้านธรรมชาติ

smartdcamp

น้องเอ็กซ์
ด้านเคลื่อนไหว

smartdcamp

น้องแบ๊งค์
ด้านดนตรี

smartdcamp

น้องจีจี้
ขวัญใจพี่เลี้ยง

smartdcamp

น้องเมฆ
ขวัญใจพี่เลี้ยง

smartdcamp

น้องเจต
ขวัญใจค่าย(ชาย)

smartdcamp

น้องเกรซ
ขวัญใจค่าย(หญิง)

Multiple Intelligence # Multiple Intelligences

 


Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

smartdcamp smartdcamp smartdcamp smartdcamp smartdcamp smartdcamp smartdcamp smartdcamp smartdcamp smartdcamp smartdcamp smartdcamp

Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

smartdcamp smartdcamp smartdcamp smartdcamp smartdcamp smartdcamp smartdcamp smartdcamp smartdcamp smartdcamp smartdcamp smartdcamp smartdcamp smartdcamp smartdcamp smartdcamp smartdcamp

Smart D Camp # Smart D Camp # Smart D Camp

 


smartdcamp

 


Finish Program

smartdcamp

และแล้วพวกเราก็เดินทางกลับบ้าน พร้อมมิตรภาพและความทรงจำดีๆ มากมาย แล้วพบกันใหม่ ค่ายหน้า

 


smartdcamp

 


โปรแกรมค่ายค้นหาแววอัจฉริยะ

Smart D Camp

จากทฤษฎีพหุปัญญา (Theory of Multiple Intelligences) สู่รูปแบบค่ายแนวใหม่ ที่สร้างความประทับใจ ให้ความสนุกสนาน ผสมผสานการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อค้นหาแววอัจฉริยะของเด็กแต่ละคน หลังจากกลับจากค่ายแล้วผู้ปกครองจะได้รับแบบประเมินพหุปัญญา

หลักการและแนวคิด

เด็กบางคนเก่งทุกเรื่อง เด็กบางคนเก่งเฉพาะบางเรื่อง แต่ไม่มีใครที่ไม่เก่งเลยสักเรื่อง ที่ชัดเจนคือเด็กแต่ละคนมักมีปัญญาความสามารถด้านใดด้านหนึ่งโดดเด่นกว่าเสมอ ไม่มีใครที่โดดเด่นทุกด้านเท่ากันหมด หรือไม่โดดเด่นเลยสักด้านเดียว การค้นหาปัญญาความสามารถ เสริมสร้างโอกาสให้เด็กได้สัมผัสและแสดงออก และส่งเสริมพัฒนาในด้านที่เด็กถนัด จะช่วยให้เด็กสามารถพัฒนาตนเองไปสู่ความเป็นตัวตนที่แท้จริงของเขาในที่สุด ทฤษฎีพหุปัญญา (Theory of Multiple Intelligences) ของศาสตราจารย์โฮวาร์ด การ์ดเนอร์ (Howard Gardner) เสนอแนวคิดว่า สติปัญญาของมนุษย์มีหลายด้านหลากมิติที่มีความสำคัญเท่าเทียมกัน ขึ้นอยู่กับว่าใครจะโดดเด่นในด้านไหนบ้าง แล้วแต่ละด้านผสมผสานกัน แสดงออกมาเป็นความสามารถในเรื่องใด เป็นลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละคนไป ปัญญามีอยู่ 8 ด้าน คือ ด้านภาษา ด้านตรรกศาสตร์และคณิตศาสตร์ ด้านมิติสัมพันธ์ ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว ด้านดนตรี ด้านมนุษยสัมพันธ์ ด้านการเข้าใจตนเอง และด้านธรรมชาติวิทยา จากทฤษฎีพหุปัญญา สู่รูปแบบค่ายแนวใหม่ ที่สร้างความประทับใจ ให้ความสนุกสนาน ผสมผสานการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย โดยนำมาบูรณาการเข้ากับ ความรู้เกี่ยวกับการเรียนรู้ของสมอง (Brain-Based Learning) และความรู้ทางด้านจิตวิทยาเด็ก เสริมเติมแต่งด้วยประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก ทำให้เป็นโปรแกรมที่อยู่บนพื้นฐานทางวิชาการและประสบการณ์อย่างแท้จริง

วัตถุประสงค์

วัตถุประสงค์หลัก
1. เพื่อค้นหาแววอัจฉริยะในเด็กและวัยรุ่น เป็นจุดเริ่มต้นในการค้นหาและพัฒนาตนเองของเด็กต่อไปในอนาคต

วัตถุประสงค์รอง
2. เพื่อเสริมสร้างทักษะสังคม การเรียนรู้ร่วมกันกับเพื่อนร่วมค่าย
3. เพื่อเป็นการใช้เวลาว่างอย่างมีคุณค่า

กลุ่มเป้าหมาย

เด็กและวัยรุ่น ช่วงอายุ 7-15 ปี (จำนวนขั้นต่ำ 30 คน)

ระยะเวลา

4 วัน 3 คืน

 


สำหรับโรงเรียน หรือหน่วยงานที่สนใจ สามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ ทางทีมงานยินดีเข้าไปนำเสนอข้อมูลต่างๆ ให้ และโปรแกรมต่างๆ สามารถปรับให้เหมาะสม ตรงตามเป้าหมายที่โรงเรียนหรือหน่วยงานต้องการ


ค่ายค้นหาแววอัจฉริยะ

 


เด็กบางคนเก่งทุกเรื่อง บางคนเก่งเฉพาะบางเรื่อง
แต่ไม่มีใครที่ไม่เก่งเลยสักเรื่อง
เด็กที่ไม่เก่งคณิตศาสตร์ อาจจะมีความสามารถในการใช้ภาษาดี
เด็กที่ไม่เก่งด้านภาษา อาจจะมีความสามารถในด้านคณิตศาสตร์ดี
เด็กที่ไม่เก่งทั้งคณิตศาสตร์และภาษา อาจเป็นเลิศทางศิลปะ
เด็กที่ไอคิวปกติ อาจเป็นอัจฉริยะทางกีฬา
เด็กที่ไอคิวต่ำกว่าปกติ อาจเป็นอัจฉริยะทางดนตรี
เด็กที่ไอคิวสูง อาจเก่งหลายเรื่อง แต่ขาดทักษะทางสังคมที่ดี
เด็กที่ไม่เก่งทั้งคณิตศาสตร์ ภาษา ดนตรี กีฬา และศิลปะ
ก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข มีเพื่อนฝูงมากมาย ได้เช่นกัน


การค้นหาปัญญาความสามารถ เสริมสร้างโอกาสให้เด็กได้สัมผัสและแสดงออก และส่งเสริมพัฒนาในด้านที่เด็กถนัด จะช่วยให้เด็กสามารถพัฒนาตนเองไปสู่ความเป็นตัวตนที่แท้จริงของเขาในที่สุด

สมาร์ทดีแคมป์ (Smart D Camp) ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอทางเลือกเพื่อการพัฒนาเด็ก โดยจัดเป็นกิจกรรมค่าย และโปรแกรมต่างๆ เพื่อค้นหาแววความสามารถพิเศษ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการค้นหา และพัฒนาตนเองของเด็กต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างทักษะสังคม การเรียนรู้ร่วมกันกับเพื่อนๆ และเป็นการใช้เวลาว่างอย่างมีคุณค่าด้วย

 


จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติจริง
จากประสบการณ์สู่ความเชี่ยวชาญ
ด้วยบทพิสูจน์จากผลงานมากกว่า 100 กิจกรรม
ในด้านการจัดค่าย และ โปรแกรม
สำหรับการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทย

ประวัติและผลงาน สมาร์ท ดี แคมป์ »

 


Smart D Camp จัดทำเป็นโปรแกรมการเรียนรู้ ค่ายช่วงปิดเทอม และค่ายสุดสัปดาห์ เพื่อให้เด็กและวัยรุ่นได้ค้นหา พัฒนาความสามารถที่มีอยู่ สามารถนำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยนำทฤษฎีพหุปัญญามาประยุกต์เพื่อส่งเสริมสติปัญญาทุกด้าน ทั้ง การใช้เหตุผล ภาษา มิติสัมพันธ์ ดนตรี กีฬาและการเคลื่อนไหว มนุษยสัมพันธ์ การเข้าใจตนเอง และการเข้าใจธรรมชาติ

Smart D Camp รับเป็นออกาไนเซอร์ จัดทำค่ายพัฒนาเด็กและวัยรุ่น ให้โรงเรียน และหน่วยงานต่างๆ โดยทีมงานคุณภาพ มีประสบการณ์ในงานด้านพัฒนาเด็ก ทั้งในเด็กทั่วไป เด็กพิเศษ และเด็กอัจฉริยะ พร้อมทั้งมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเด็กเป็นที่ปรึกษาทางวิชาการ

นพ.ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา

นพ.ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา

จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
การศึกษา

· แพทยศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
· วุฒิบัตรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สาขาจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น (จุฬาฯ)

ข้อมูลเพิ่มเติม »

 

Multiple Intelligence
ทฤษฎีพหุปัญญา
ทฤษฎีพหุปัญญา

 

ค่ายค้นหาแววอัจฉริยะ
ค่ายค้นหาแววอัจฉริยะ

ค่ายฉลาดคิด
ค่ายฉลาดคิด

ค่ายอารมณ์ดี
ค่ายอารมณ์ดี

ค่ายเด็ก ดอกไม้ ดวงดาว
ค่ายเด็ก ดอกไม้ ดวงดาว

ข้อมูลเพิ่มเติม โปรแกรมอัจฉริยะ »


 

 

Theory of Multiple Intelligences

ทฤษฎีพหุปัญญา

ทฤษฎีพหุปัญญา

เด็กบางคนเก่งทุกเรื่อง บางคนเก่งเฉพาะบางเรื่อง
แต่ไม่มีใครที่ไม่เก่งเลยสักเรื่อง
เด็กที่ไม่เก่งคณิตศาสตร์ อาจจะมีความสามารถในการใช้ภาษาดี
เด็กที่ไม่เก่งด้านภาษา อาจจะมีความสามารถในด้านคณิตศาสตร์ดี
เด็กที่ไม่เก่งทั้งคณิตศาสตร์และภาษา อาจเป็นเลิศทางศิลปะ
เด็กที่ไอคิวปกติ อาจเป็นอัจฉริยะทางกีฬา
เด็กที่ไอคิวต่ำกว่าปกติ อาจเป็นอัจฉริยะทางดนตรี
เด็กที่ไอคิวสูง อาจเก่งหลายเรื่อง แต่ขาดทักษะทางสังคมที่ดี
เด็กที่ไม่เก่งทั้งคณิตศาสตร์ ภาษา ดนตรี กีฬา และศิลปะ
ก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข มีเพื่อนฝูงมากมาย ได้เช่นกัน

Multiple Intelligence »

 

 

ทฤษฎีพหุปัญญา

การจะบอกว่าเด็กคนหนึ่งฉลาด หรือมีความสามารถมากน้อยเพียงใด ถ้าเรานำระดับสติปัญญาหรือไอคิว ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันมาเป็นมาตรวัด ก็อาจได้ผลเพียงเสี้ยวเดียว เพราะว่าวัดได้เพียงเรื่องของภาษา ตรรกศาสตร์ คณิตศาสตร์ และมิติสัมพันธ์เพียงบางส่วนเท่านั้น ยังมีความสามารถอีกหลายด้านที่แบบทดสอบในปัจจุบันไม่สามารถวัดได้ครอบคลุมถึง เช่น เรื่องของความสามารถทางดนตรี ความสามารถทางกีฬา และความสามารถทางศิลปะ เป็นต้น

ศาสตราจารย์โฮวาร์ด การ์ดเนอร์ (Howard Gardner) นักจิตวิทยา มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด เป็นผู้หนึ่งที่พยายามอธิบายให้เห็นถึงความสามารถที่หลากหลาย โดยคิดเป็น “ทฤษฎีพหุปัญญา” (Theory of Multiple Intelligences) เสนอแนวคิดว่า สติปัญญาของมนุษย์มีหลายด้านที่มีความสำคัญเท่าเทียมกัน ขึ้นอยู่กับว่าใครจะโดดเด่นในด้านไหนบ้าง แล้วแต่ละด้านผสมผสานกัน แสดงออกมาเป็นความสามารถในเรื่องใด เป็นลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละคนไป

ในปี พ.ศ. 2526 การ์ดเนอร์ ได้เสนอว่าปัญญาของมนุษย์มีอยู่อย่างน้อย 7 ด้าน คือ ด้านภาษา ด้านตรรกศาสตร์และคณิตศาสตร์ ด้านมิติสัมพันธ์ ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว ด้านดนตรี ด้านมนุษยสัมพันธ์ และด้านการเข้าใจตนเอง ต่อมาในปี พ.ศ. 2540 ได้เพิ่มเติมเข้ามาอีก 1 ด้าน คือ ด้านธรรมชาติวิทยา เพื่อให้สามารถอธิบายได้ครอบคลุมมากขึ้น จึงสรุปได้ว่า พหุปัญญา ตามแนวคิดของการ์ดเนอร์ ในปัจจุบันมีปัญญาอยู่อย่างน้อย 8 ด้าน ดังนี้

1. ปัญญาด้านภาษา (Linguistic Intelligence)
คือ ความสามารถในการใช้ภาษารูปแบบต่างๆ ตั้งแต่ภาษาพื้นเมือง จนถึงภาษาอื่นๆ ด้วย สามารถรับรู้ เข้าใจภาษา และสามารถสื่อภาษาให้ผู้อื่นเข้าใจได้ตามที่ต้องการ ผู้ที่มีปัญญาด้านนี้โดดเด่น ก็มักเป็น กวี นักเขียน นักพูด นักหนังสือพิมพ์ ครู ทนายความ หรือนักการเมือง

2. ปัญญาด้านตรรกศาสตร์และคณิตศาสตร์ (Logical-Mathematical Intelligence)
คือ ความสามารถในการคิดแบบมีเหตุและผล การคิดเชิงนามธรรม การคิดคาดการณ์ และการคิดคำนวณทางคณิตศาสตร์ ผู้ที่มีปัญญาด้านนี้โดดเด่น ก็มักเป็น นักบัญชี นักสถิติ นักคณิตศาสตร์ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ นักเขียนโปรแกรม หรือวิศวกร

3. ปัญญาด้านมิติสัมพันธ์ (Visual-Spatial Intelligence)
คือ ความสามารถในการรับรู้ทางสายตาได้ดี สามารถมองเห็นพื้นที่ รูปทรง ระยะทาง และตำแหน่ง อย่างสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน แล้วถ่ายทอดแสดงออกอย่างกลมกลืน มีความไวต่อการรับรู้ในเรื่องทิศทาง สำหรับผู้ที่มีปัญญาด้านนี้โดดเด่น จะมีทั้งสายวิทย์ และสายศิลป์ สายวิทย์ ก็มักเป็น นักประดิษฐ์ วิศวกร ส่วนสายศิลป์ ก็มักเป็นศิลปินในแขนงต่างๆ เช่น จิตรกร วาดรูป ระบายสี เขียนการ์ตูน นักปั้น นักออกแบบ ช่างภาพ หรือสถาปนิก เป็นต้น

4. ปัญญาด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว (Bodily Kinesthetic Intelligence)
คือ ความสามารถในการควบคุมและแสดงออกซึ่งความคิด ความรู้สึก โดยใช้อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงความสามารถในการใช้มือประดิษฐ์ ความคล่องแคล่ว ความแข็งแรง ความรวดเร็ว ความยืดหยุ่น ความประณีต และความไวทางประสาทสัมผัส สำหรับผู้ที่มีปัญญาด้านนี้โดดเด่น มักจะเป็นนักกีฬา หรือไม่ก็ศิลปินในแขนง นักแสดง นักฟ้อน นักเต้น นักบัลเล่ย์ หรือนักแสดงกายกรรม

5. ปัญญาด้านดนตรี (Musical Intelligence)
คือ ความสามารถในการซึมซับ และเข้าถึงสุนทรียะทางดนตรี ทั้งการได้ยิน การรับรู้ การจดจำ และการแต่งเพลง สามารถจดจำจังหวะ ทำนอง และโครงสร้างทางดนตรีได้ดี และถ่ายทอดออกมาโดยการฮัมเพลง เคาะจังหวะ เล่นดนตรี และร้องเพลง สำหรับผู้ที่มีปัญญาด้านนี้โดดเด่น มักจะเป็นนักดนตรี นักประพันธ์เพลง หรือนักร้อง

6. ปัญญาด้านมนุษยสัมพันธ์ (Interpersonal Intelligence)
คือ ความสามารถในการเข้าใจผู้อื่น ทั้งด้านความรู้สึกนึกคิด อารมณ์ และเจตนาที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน มีความไวในการสังเกต สีหน้า ท่าทาง น้ำเสียง สามารถตอบสนองได้อย่างเหมาะสม สร้างมิตรภาพได้ง่าย เจรจาต่อรอง ลดความขัดแย้ง สามารถจูงใจผู้อื่นได้ดี เป็นปัญญาด้านที่จำเป็นต้องมีอยู่ในทุกคน สำหรับผู้ที่มีปัญญาด้านนี้โดดเด่น มักจะเป็นครูบาอาจารย์ ผู้ให้คำปรึกษา นักการฑูต เซลแมน พนักงานขายตรง พนักงานต้อนรับ ประชาสัมพันธ์ นักการเมือง หรือนักธุรกิจ

7. ปัญญาด้านการเข้าใจตนเอง (Intrapersonal Intelligence)
คือ ความสามารถในการรู้จัก ตระหนักรู้ในตนเอง สามารถเท่าทันตนเอง ควบคุมการแสดงออกอย่างเหมาะสมตามกาลเทศะ และสถานการณ์ รู้ว่าเมื่อไหร่ควรเผชิญหน้า เมื่อไหร่ควรหลีกเลี่ยง เมื่อไหร่ต้องขอความช่วยเหลือ มองภาพตนเองตามความเป็นจริง รู้ถึงจุดอ่อน หรือข้อบกพร่องของตนเอง ในขณะเดียวกันก็รู้ว่าตนมีจุดแข็ง หรือความสามารถในเรื่องใด มีความรู้เท่าทันอารมณ์ ความรู้สึก ความคิด ความคาดหวัง ความปรารถนา และตัวตนของตนเองอย่างแท้จริง เป็นปัญญาด้านที่จำเป็นต้องมีอยู่ในทุกคนเช่นกัน เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอย่างมีคุณค่า และมีความสุข สำหรับผู้ที่มีปัญญาด้านนี้โดดเด่น มักจะเป็นนักคิด นักปรัชญา หรือนักวิจัย

8. ปัญญาด้านธรรมชาติวิทยา (Naturalist Intelligence)
คือ ความสามารถในการรู้จัก และเข้าใจธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง เข้าใจกฎเกณฑ์ ปรากฏการณ์ และการรังสรรค์ต่างๆ ของธรรมชาติ มีความไวในการสังเกต เพื่อคาดการณ์ความเป็นไปของธรรมชาติ มีความสามารถในการจัดจำแนก แยกแยะประเภทของสิ่งมีชีวิต ทั้งพืชและสัตว์ สำหรับผู้ที่มีปัญญาด้านนี้โดดเด่น มักจะเป็นนักธรณีวิทยา นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย หรือนักสำรวจธรรมชาติ

ทฤษฎีนี้ได้ถูกนำไปประยุกต์ใช้อย่างแพร่หลายในกระบวนการส่งเสริมการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเน้นความสำคัญใน 3 เรื่องหลัก ดังนี้

1. แต่ละคน ควรได้รับการส่งเสริมให้ใช้ปัญญาด้านที่ถนัด เป็นเครื่องมือสำคัญในการเรียนรู้

2. ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ ควรมีรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อให้สอดรับกับปัญญาที่มีอยู่หลายด้าน

3. ในการประเมินการเรียนรู้ ควรวัดจากเครื่องมือที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถครอบคลุมปัญญาในแต่ละด้าน

ทฤษฎีพหุปัญญา ของการ์ดเนอร์ ชี้ให้เห็นถึงความหลากหลายทางปัญญาของมนุษย์ ซึ่งมีหลายด้าน หลายมุม แต่ละด้านก็มีความอิสระในการพัฒนาตัวของมันเองให้เจริญงอกงาม ในขณะเดียวกันก็มีการบูรณาการเข้าด้วยกัน เติมเต็มซึ่งกันและกัน แสดงออกเป็นเอกลักษณ์ทางปัญญาของมนุษย์แต่ละคน

คนหนึ่งอาจเก่งเพียงด้านเดียว หรือเก่งหลายด้าน หรืออาจไม่เก่งเลยสักด้าน แต่ที่ชัดเจน คือ แต่ละคนมักมีปัญญาด้านใดด้านหนึ่งโดดเด่นกว่าเสมอ ไม่มีใครที่มีปัญญาทุกด้านเท่ากันหมด หรือไม่มีเลยสักด้านเดียว

นับเป็นทฤษฎีที่ช่วยจุดประกายความหวัง เปิดกระบวนทัศน์ใหม่ในการศึกษาด้านสติปัญญาของมนุษย์ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งในกลุ่มเด็กปกติ เด็กที่มีความบกพร่อง และเด็กที่มีความสามารถพิเศษ