สายด่วน

Smart D Camp

081-629-4748

083-903-9956


 
ประวัติและผลงาน นพ.ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา
 
แฮปปี้โฮม คลินิก
 

ศูนย์อัจฉริยะ

แฮปปี้โฮม

 

ค่ายค้นหาแววอัจฉริยะ รุ่น 1
 
ค่ายค้นหาแววอัจฉริยะ รุ่น 2 ตอน รหัสลับดาวพลูโต
 
ค่ายค้นหาแววอัจฉริยะ รุ่น 3 ตอน แกะรอยวิวัฒนาการ
 
โปรแกรม ศิลป์ สมาธิ ปัญญา
 
โปรแกรมเตรียมตัวเป็นอัจฉริยะ รุ่น 4 - To Be Genius 4
 
โปรแกรมจำแบบอัจฉริยะ รุ่น 1 - Smart Memory 1
 
โปรแกรม สมาร์ทแรลลี่ 1 - Smart Rally 1
 
 
สมาร์ทดีนิวส์

 

   

ศูนย์อัจฉริยะ แฮปปี้โฮม

HAPPY HOME GIFTED CENTER ศูนย์อัจฉริยะแฮปปี้โฮม ศูนย์ข้อมูลทางวิชาการ เพื่อการส่งเสริมความเป็นอัจฉริยะ

 

วิทยาศาสตร์

   
 

ปัญญาด้านตรรกศาสตร์และคณิตศาสตร์

(Logical-Mathematical Intelligence)

คือ ความสามารถในการคิดแบบมีเหตุและผล การคิดเชิงนามธรรม การคิดคาดการณ์ และการคิดคำนวณทางคณิตศาสตร์ ผู้ที่มีปัญญาด้านนี้โดดเด่น ก็มักเป็น นักบัญชี นักสถิติ นักคณิตศาสตร์ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ นักเขียนโปรแกรม หรือวิศวกร

 


 

"พยายามอย่าเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ แต่จงพยายามเป็นคนที่มีคุณค่า"
  อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

 

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

(Albert Einstein)

เซอร์ ไอแซค นิวตัน

(Isac Newton)

   

 

 


อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

(Albert Einstein)


   

"จินตนาการสำคัญกว่าความรู้"

"Imagination is more important than knowledge"

"สิ่งสำคัญคืออย่าหยุดการตั้งคำถาม ความอยากรู้อยากเห็นคือเหตุผลของการดำรงอยู่"

"The important thing is not to stop questioning. Curiosity has its own reason for existing"

"ข้าพเจ้าไม่ได้ฉลาดมากมาย เพียงแต่ขบคิดปัญหานานกว่าเท่านั้น"

"It's not that I'm so smart, It's just that I stay with problems longer"

 

 

 

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เกิดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ.2422  ที่เมืองโฮล์ม (Ulm) ประเทศเยอรมัน และเสียชีวิตในวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2498 ในมลรัฐนิวเจอซี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยโรคหัวใจวาย รวมอายุได้ 76 ปี บิดาเป็นชาวยิว เปิดร้านค้าขายเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับเครื่องยนต์กลไก

เมื่ออายุได้ 5 ปี ขณะกำลังนอนป่วย บิดาได้นำเข็มทิศมาให้เล่น เขาใส่ใจและสนใจ อยากรู้ว่าทำไมเข็มทิศจึงชี้ไปทางทิศเหนือ นับเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญ ที่ทำให้เขาเริ่มสนใจทางคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ ตั้งแต่นั้นมา

   
เขาเป็นทั้งนักคณิตศาสตร์และนักฟิสิกส์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ในปี พ.ศ.2465 เขาพบกับทฤษฎีสำคัญยิ่ง 3 ทฤษฎีคือ 
  1. ทฤษฎีการแผ่รังสี (Photoelectric Effect Theory)
  2. ทฤษฎีการเคลื่อนที่แบบบราวเนียน (Brownian motion)
  3. ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ (Theory of Relativity)

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เป็นเด็กที่เงียบขรึม และมักไม่ค่อยชอบออกไปเล่นกับเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน เมื่อวัยเด็กไม่ชอบการเรียนหนังสือ เพราะครูบังคับให้เขาท่องจำต่างๆ เขาต้องการเหตุผลว่าเหตุใดจึงต้องทำในทุกกรณี ดังนั้นเมื่อครูไม่ให้คำตอบ อัลเบิร์ตจึงเบื่อหน่ายในการเรียน อัลเบิร์ตปรารถนาที่จะได้ถามคำถาม และต้องการคำตอบที่ชอบด้วยเหตุผล เขาสนใจวิชาคณิตศาสตร์มาก เขานำหน้าเพื่อนร่วมชั้นไปได้ไกล แต่วิชาอื่นเขาได้อันดับสุดท้าย

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้ตีพิมพ์ทฤษฎีใหม่เกี่ยวกับธรรมชาติของจักรวาล ทำให้มีชื่อเสียงก้องโลก คือ ทฤษฎีสัมพันธภาพพิเศษ ใน พ.ศ.2448 ทฤษฎีดังกล่าวอธิบายว่าสสาร พลังงาน และเวลาสัมพันธ์กันอย่างไร ทฤษฎีสัมพัทธภาพนี้ต่อมาได้ถูกนำไปสู่การค้นคว้าเรื่อง พลังงานปรมาณู

หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง ชีวิตในปั้นปลาย อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้รณรงค์เรื่องการต่อต้านการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ และลงนามในสัญญาที่ขอให้ยุติการใช้ระเบิดปรมาณู และให้หันมาใช้ปรมาณูเพื่อสันติแทน เขาเขียนในสัญญาว่า "แน่นอนเราทุกคนมีความคิด ความรู้สึกไม่เหมือนกัน แต่เราก็มีฐานะเป็นมนุษย์เช่นกัน เราควรจดจำไว้เสมอว่า ถ้าการเกี่ยวข้องระหว่างตะวันออกกับตะวันตกถูกตัดสินออกมาในรูปการณ์ใดก็ตามอันจะนำมาซึ่งความพึงพอใจมาสู่ทั้งสองฝ่ายไม่ว่าจะเป็นคอมมิวนิสต์ หรือโลกเสรีก็ตาม ผลแห่งการตัดสินใจไม่ควรออกมาในรูปของสงคราม"

ปี พ.ศ.2495 ชาวยิวได้เลือกให้อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เป็นประธานาธิบดีคนแรกของประเทศอิสราเอล ประเทศที่เกิดขึ้นใหม่หลังสงครามโลกครั้งที่2 แต่เขาปฏิเสธ โดยกล่าวว่า

"สมการมีความสำคัญกับผมมากกว่า เพราะการเมืองเป็นเรื่องปัจจุบัน แต่สมการจะคงอยู่ไปชั่วนิรันดร์"

"Equations are more important to me,

because politics are for the present,

but an equation is something for eternity"

 
 
ข้อมูลอ้างอิง
ชุลีพร สุสุวรรณ. โลกน่ารู้ ชุด นักวิทยาศาสตร์. กรุงเทพฯ: อักษราพิพัฒน์
หลายคนเขียน. Einstein: My Inspiration แรงบันดาลใจจากไอน์สไตน์. กรุงเทพฯ: มติชน, 2548

http://web1.dara.ac.th/karuna/scientis/sci_01.htm

http://www.most.go.th/einstein/miraculous_year.asp

http://www.school.net.th/library/snet2/mathematicians/einstein.htm

http://siweb.dss.go.th/Science_Children/Scientist/Albert%20Einstein.html

 

   

มันสมองอัจฉริยะ ของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เมื่อเสียชีวิต ร่างของเขาถูกเผาตามพิธีการทางศาสนาโดยที่มันสมองอัจฉริยะได้สูญหายไป เนื่องจาก นายแพทย์โทมัส เอส.ฮาร์วี ผู้ทำการชันสูตรศพ ได้ลักลอบผ่าสมองของนักฟิสิกส์ผู้ยิ่งใหญ่เก็บไว้เพื่อการศึกษา หลังจากแยกสมองออกจากศพแล้ว หมอฮาร์วีได้ทำการแบ่งสมองของไอน์สไตน์ออกเป็น 240 ชิ้น ดองด้วยตัวยาพิเศษ บางชิ้นส่วนถูกส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ แต่ส่วนใหญ่นั้นหมอฮาร์วีเก็บเอาไว้เอง

สิ่งที่หมอฮาร์วีทำก่อให้เกิดการวิจารณ์กันอย่างอื้อฉาว จนทำให้หมอฮาร์วีต้องอพยพโยกย้ายไปตามที่ต่างๆ และหอบหิ้วมันสมองติดตัวตามไปด้วย จนกระทั่งปี พ.ศ.2539 หมอฮาร์วีได้ตัดสินใจมอบชิ้นส่วนสมองที่เขารวบรวมไว้แก่ นพ.เอเลียต คลอส หัวหน้าภาควิชาพยาธิวิทยา ที่โรงพยาบาลพรินสตัน การศึกษาวิจัยความเป็นอัจฉริยะของไอน์สไตน์จึงเกิดขึ้นอย่างจริงจัง โดยการนำชิ้นส่วนสมองทั้งหมดมาถ่ายภาพและประกอบขึ้นเป็นรูปสามมิติ จำลองรูปแบบเหมือนจริง

สิ่งที่ค้นพบก็คือ สมองของไอน์สไตน์มีน้ำหนักเพียง 1,230 กรัมเท่านั้น น้อยกว่าน้ำหนักสมองของมนุษย์โดยเฉลี่ยที่หนักถึง 1,400 กรัม แต่สิ่งที่ไอน์สไตน์ต่างจากมนุษย์ทั่วไป ก็คือ “ความหนาแน่นของเซลล์ประสาทในสมอง” ที่มีมากกว่าปกติหลายเท่า ยิ่งไปกว่านั้น “สมองของไอน์สไตน์มีเพียงเส้นแบ่งตื้นๆ ระหว่างสมองข้างซ้ายและข้างขวา” ในขณะที่คนธรรมดาจะมีรอยแยกชัดเจนระหว่างสมองทั้งสองข้าง เผยให้เห็นถึงการรวมกันอย่างกลมกลืนของสมองทั้งสองซีก

นักวิจัยชี้ว่าลักษณะที่พิเศษของสมองแบบนี้อาจอธิบายได้ว่า ทำไมไอน์สไตน์ถึงคิดอย่างที่เขาคิด บางทีวิธีคิดของไอน์สไตน์อาจไม่ผ่านกระบวนการที่ใช้คำบรรยาย แต่อาจผ่านจิตนาการต่างๆ ที่เขานึกถึง เสมือนว่ามองเห็นมันด้วยตาเปล่าก็ได้

ทำให้นึงถึงคำพูดของไอน์สไตน์ เมื่อครั้งที่เขายังมีชีวิตอยู่ที่ว่า “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้” และ “ความรู้มีขอบเขตจำกัด แต่จินตนาการไร้ขีดจำกัด” นั่นเอง

ปัจจุบันนี้สมองของไอน์สไตน์ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีที่โรงพยาบาลพรินสตันที่เดียวกับที่มันถูกขโมยไป

 

 
ปรับปรุงข้อมูล จาก หนังสือพิมพ์ข่าวสด
 
ฉบับวันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ.2548

 


เซอร์ ไอแซค นิวตัน

(Isac Newton)


 

 

 


 

เซอร์ ไอแซค นิวตัน เกิดเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2185 ที่เมืองลินคอล์นเชียร์ ประเทศอังกฤษ ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นท่าน " เซอร์" เมื่อมีอายุร่วม 60 ปี ถึงแก่กรรมเมื่ออายุได้ 84 ปี เป็นผู้ค้นพบแรงดึงดูดของโลก เป็นผู้สร้างกล้องโทรทรรศน์ชนิดสะท้อนแสง และเป็นผู้เริ่มคิดประดิษฐ์สิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ ขึ้นมากมาย

เซอร์ ไอแซค นิวตัน ในสมัยที่เป็นเด็กไม่ค่อยสนใจในการเรียนนัก ชอบทางด้านเครื่องจักร เครื่องกล แต่ช่วงหลังเขาเริ่มเอาใจใส่การศึกษามากขึ้น จนจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เมื่อ ปี พ.ศ.2208 และทำงานเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยระยะหนึ่ง ก่อนกลับไปทำงานส่วนตัวที่บ้าน ทำงานเงียบๆ ด้วยตัวเอง จนสร้างสรรค์งานสำคัญของเขาในเวลาต่อมาหลายเรื่อง เป็นผู้ที่มุ่งทำประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าชีวิตของตนเอง เขามีความสุขอยู่กับการทดลองทางวิทยาศาสตร์ และการคำนวณภายในห้องทดลองของเขายิ่งกว่าอื่นใด

เซอร์ ไอแซค นิวตัน เป็นคนเก็บตัว ไม่ชอบคบหาเพื่อนฝูง ฉะนั้นเขาจึงมีเวลามากพอที่จะหมกมุ่นอยู่กับตำราเป็นส่วนใหญ่ เขาเริ่มคิดประดิษฐ์สิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ ขึ้น เป็นต้นว่า โรงสีลมเล็กๆ ซึ่งใช้กำลังงานกระแสลมทำให้เครื่องจักรหมุน และสร้างนาฬิกาน้ำโดยให้หยดลงมาในถังแล้วสังเกตระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นมา

เซอร์ ไอแซค นิวตัน คิดถึงสิ่งต่างๆ ที่เขาได้สังเกตและสามารถเห็นเหตุผลที่ทำให้เกิดขึ้น ซึ่งคนอื่นมองเห็นเป็นเรื่องธรรมดา เช่น การสัเกตการหล่นของผลแอปเปิ้ล ที่ให้เขาได้ความคิดเกี่ยวกับแรงโน้มถ่วง ซึ่งเป็นแรงดึงดูดทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก และเป็นแรงที่ทำให้ โลก ดวงจันทร์ ดาวเคราะห์ และต่างๆ อยู่ในระบบสุริยะ คนทั่วไปไม่สามารถมองเห็นสีของรุ้งกินน้ำในท้องฟ้า แต่นิวตันรู้และสามารถพิสูจน์ได้ว่า แสงที่เราเห็นว่าไม่มีสีหรือที่เรียกว่ามีสีขาวเกิดจากสีรุ้งนั่นเอง

 

ข้อมูลอ้างอิง
www.skn.ac.th
 

 


สมาร์ทดีแคมป์ ค่ายค้นหาแววอัจฉริยะ

ค่ายปิดเทอม ค่ายสุดสัปดาห์ และโปรแกรมพัฒนา


เด็กบางคนเก่งทุกเรื่อง เด็กบางคนเก่งเฉพาะบางเรื่อง แต่ไม่มีใครที่ไม่เก่งเลยสักเรื่อง ที่ชัดเจน คือ เด็กแต่ละคนมักมีปัญญาความสามารถด้านใดด้านหนึ่งโดดเด่นกว่าเสมอ ไม่มีใครที่โดดเด่นทุกด้านเท่ากันหมด หรือไม่โดดเด่นเลยสักด้านเดียว

การค้นหาปัญญาความสามารถ เสริมสร้างโอกาสให้เด็กได้สัมผัสและแสดงออก และส่งเสริมพัฒนาในด้านที่เด็กถนัด จะช่วยให้เด็กสามารถพัฒนาตนเองไปสู่ความเป็นตัวตนที่แท้จริงของเขาในที่สุด

Smart D Camp ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอทางเลือกเพื่อการพัฒนาเด็ก โดยจัดเป็นกิจกรรมค่าย และโปรแกรมต่างๆ เพื่อค้นหาแววความสามารถพิเศษ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการค้นหา และพัฒนาตนเองของเด็กต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างทักษะสังคม การเรียนรู้ร่วมกันกับเพื่อนๆ และเป็นการใช้เวลาว่างอย่างมีคุณค่าด้วย

 

SMART D CAMP ค่ายค้นหาแววอัจฉริยะ โดยจัดทำเป็นโปรแกรมการเรียนรู้ ค่ายช่วงปิดเทอม และค่ายสุดสัปดาห์ เพื่อให้เด็กและวัยรุ่นได้ค้นหา พัฒนาความสามารถที่มีอยู่ สามารถนำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยนำทฤษฎีพหุปัญญามาประยุกต์เพื่อส่งเสริมสติปัญญาทุกด้าน ทั้ง การใช้เหตุผล ภาษา มิติสัมพันธ์ ดนตรี กีฬาและการเคลื่อนไหว มนุษยสัมพันธ์ การเข้าใจตนเอง และการเข้าใจธรรมชาติ

SMART D CAMP รับเป็นออกาไนเซอร์ จัดทำค่ายพัฒนาเด็กและวัยรุ่น ให้โรงเรียน และหน่วยงานต่างๆ โดยทีมงานคุณภาพ มีประสบการณ์ในงานด้านพัฒนาเด็ก ทั้งในเด็กทั่วไป เด็กพิเศษ และเด็กอัจฉริยะ พร้อมทั้งมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเด็กเป็นที่ปรึกษาทางวิชาการ

www.smartdcamp.com


E-mail : webmaster@smartdcamp.com


SMART D CAMP สมาร์ทดีแคมป์ ค่ายค้นหาแววอัจฉริยะ

16/116-117 หมู่ 1 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210

โทรศัพท์ 081-629-4748, 083-903-9956 โทรสาร(FAX) 02-981-2701
HAPPY HOME CLINIC คลินิกจิตเวชเด็กและวัยรุ่น แฮปปี้โฮม (เมืองทองธานี)

164/31 หมู่ 9 เมืองทองธานี ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120 โทรศัพท์ 02-982-9937, 084-086-8796

BAN AU KID บ้านออคิด ศูนย์เด็กพิเศษครบวงจร (นวมินทร์ 40)

68/56 หมู่ 5 ซอยนวมินทร์ 40 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10240 โทรศัพท์ 02-734-9578, 084-086-8796

HAPPY HOME ACADEMY ศูนย์วิชาการเพื่อการพัฒนาเด็กและวัยรุ่น
www.happyhomeclinic.com
HAPPY HOME GIFTED CENTER ศูนย์อัจฉริยะ แฮปปี้โฮม
www.smartdcamp.com
 

Copyright © 2006-2010 All Rights Reserved.

Powered by HAPPY HOME FAMILY, Co., Ltd. Thailand.

ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 23 เมษายน 2550